รีโมทแอร์...แค่ปรับเป็น ก็เย็นทันใจ




เคยเป็นกันมั้ย ? เวลาที่กลับมากจากการเดินทางไปไหนสักที่ แล้วพบเจอกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว พอถึงบ้าน ก็รีบเปิดแอร์ แต่ก็ไม่เย็นทันใจสักที ซึ่งปัญหาแอร์ไม่เย็นนั้นเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย แต่ปัจจัยที่

พบเจออบ่อยๆก็คงจะเป็น “ปรับผิดโหมด” เพราะอาจจะยังไม่รู้จักการทำงานของโหมดต่าง ๆ ของแอร์

ซึ่งถ้าเลือกใช้โหมดแอร์ที่ถูกกับสถานการณ์ก็จะยังทำให้บ้านเย็นไว และช่วยประหยัดค่าไฟได้ด้วย

.

โดยทั่วไปโหมดของแอร์หลักๆจะมีอยู่ 4โหมด คือ Auto, Cool, Dry และ Fan ลองไปดูการทำงานแต่ละโหมดว่ามีการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง


1 . โหมด Auto 🔁

โหมดนี้ยังคงเป็นโหมดที่ใช้ง่ายที่สุดเพราะแทบจะไม่ต้องไปปรับอะไรเลย โหมด Auto​ จะทำงานเองโดยที่จะสลับระหว่างโหมด Cool กับ โหมด Dry เพื่อให้อุณหภูมิเป็นไปตามที่เราตั้งไว้ ถ้าอุณหภูมิต่ำไปก็จะปิดโหมด Cool เพื่อทำให้อุณหภูมิห้องอุ่น

ถ้าอุณหภูมิสูงเกินไป โหมด Cool ก็จะทำงานขึ้นมาเองเพื่อปรับให้อุณหภูมิห้องต่ำลง



2 . โหมด Cool ❄️

ชื่อโหมดก็บอกชัดเจนแล้วว่า "Cool" การทำงานของโหมดนี้จะเป็นการควบคุมอุณหภูมิห้องให้ต่ำ

ตามที่เราตั้งไว้ ซึ่งน่าจะเป็นโหมดที่ถูกใจคนไทยมากที่สุดแล้วแหละ เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่เย็นสบายได้ดั่งใจจริง ๆ



3 . โหมด Dry 💧

โหมดนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นชินสักเท่าไร เพราะ โหมด Dry จะปรับให้อากาศในห้องแห้ง คือลดความชื้นในอากาศนั่นเอง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การใช้งานแอร์ในบ้านหรือคอนโดก็ยังไม่ค่อยนิยมใช้โหมด Dry แต่จะใช้ในห้องที่ต้องการควบคุมความชื้นในอากาศเท่านั้น



4 . โหมด Fan 💨

การทำงานของโหมด Fan คือจะไม่มีการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ เหลือแต่ตัวเครื่องด้านในที่ยังเป่าลมออกมา จะเป็นลมที่มีความเย็นเท่ากับอุณหภูมิห้อง เพราะจะไม่มีการจ่ายน้ำยาแอร์ที่เป็นตัวทำความเย็นอีกด้วย ซึ่งโหมดนี้จะถูกใช้งานก็ต่อเมื่อมีปัญหากลิ่นอับในแอร์หรือในกรณีที่ต้องการเพิ่มอุณหภูมิของห้องก็ได้เช่นกัน


แล้วถ้าเรารู้จักโหมดต่างๆแล้ว สิ่งต่อไปคือการรักษารีโมทแอร์เพื่อยืดอายุการใช้งานของรีโมทแอร์

เราไปดูข้อควรระวังกันดีกว่า

………………………….


❗️ 4 ข้อควรระวังในการใช้รีโมทแอร์ ❗️


หลายๆคนก็คงจะเคยเจอปัญหาที่เวลาเรากดรีโมทแอร์เพื่อเพิ่ม หรือ ลด อุณหภูมิ บางครั้งก็กดติด บางครั้งก็กดไม่ติด ซึ่งจริงๆแล้วมีหลายปัจจัยที่ทำให้รีโมทเกิดความเสื่อมสภาพในการทำงาน และ 4 ข้อต่อไปนี้จะเป็นข้อควรระวังในการใช้รีโมทแอร์


1 . ห้ามโยน

เราก็เป็นอีกคนที่พอกลับมาบ้านปุ๊บ เปิดแอร์เสร็จแล้วชอบโยนรีโมทลงบนเตียง มีหลายครั้งที่รีโมทตกลงมาที่พื้น ซึ่งทำให้เกิดการสะเทือน ส่งผลให้แผงวงจรในรีโมทอาจมีการเสียหายได้


2 . ห้ามเคาะ

เวลาที่เกิดปัญหากดไม่ติดเรามักจะใช้วิธีเคาะ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง นอกจากจะไม่ควรโยนรีโมทแอร์แล้วก็ไม่ควรเคาะรีโมทแอร์อีกด้วย เพราะจะทำให้เกิดการสะเทือนที่ภายในรีโมท แค่ลองเปิดฝาใส่ถ่านแล้วขยับถ่านดูเล็กน้อย เท่านี้ก็อาจจะใช้ได้ตามปกติ

3 . อย่าวางริมขอบโต๊ะ

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก เพราะหลังจากที่เราใช้รีโมทเปิดแอร์เสร็จแล้ว ก็มักจะวางไว้ตรงริมขอบโต๊ะโดยไม่ได้คำนึงถึงว่าจะตกลงพื้นหรือเปล่า แบบนี้เป็นการกระทำที่เสี่ยงมาก ที่รีโมทแอร์จะตกลงพื้นและทำให้เกิดการเสียหายได้

4 . อย่าวางไว้ใกล้น้ำ

หลายคนอาจจะมองข้ามสิ่งนี้ แต่บางครั้งเราก็วางรีโมทแอร์ไว้บนโต๊ะที่มีแก้วน้ำ หรือแก้วชาไข่มุกก็ตาม จากนั้น ไอน้ำที่จับอยู่บนแก้วก็ไหลลงมาที่โต๊ะ และมากขึ้นก็ไหลมาที่รีโมทแอร์จนรีโมทเปียกซะงั้น รีโมทแอร์ก็เหมือนอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ซึ่งถ้าโดนน้ำแล้วเช็ดแห้งไม่ทันก็อาจจะใช้งานไม่ได้

.


นอกจากระบบการทำงานของตัวแอร์ ความล้ำสมัยของเทคโนโลยี สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การเลือกใช้โหมดแอร์ เพราะการที่แอร์จะทำงานได้อย่างมีปนระสิทธิภาพเราควรจะรู้ว่าแอร์มีโหมดอะไรบ้าง และใช้โหมดในสถานการณ์ไหนจึงจะเกิดประโยชน์ที่สุด และการปรับโหมดแอร์ให้ถูกต้องตามสภาพอากาศ ก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟน้อยลงอีกด้วย

 

สนใจสอบถามเพิ่มเติมโทร

061-415-9082 , 065-986-5830

Line : @058nzzjd


ดู 3,465 ครั้ง